วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เรียนภาษาอังกฤษกับแอนดรูว์ ๕

You're late. What's your excuse? ( คุณมาสาย เป็นเพราะอะไร )

I once went to Pattaya for a holiday. ( ผมเคยไปพัทยาครั้งหนึ่งเพื่อพักผ่อน )

I once tried smoking but it just made me cough. ( ครั้งหนึ่งผมเคยลองสูบบุหรี่แต่มันเพียงทำให้ผมไอเท่านั้น )

I can't eat or sleep coz I love you so much. ( ฉันกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะรักเธอเหลือเกิน )

Kankok's late again cuz he went out drinking all night. ( กนกมาสายอีกแล้วเพราะเขาออกไปดื่มเหล้าทั้งคืน )

He left a few minutes ago. ( เขาออกไปเมื่อสองสามนาทีที่แล้ว )

He just left a few minutes ago. ( เขาเพิ่งออกไปเมื่อสองสามนาทีที่แล้ว )

หรือ

I have eaten. ( ผมทานข้าวแล้ว )

I have just eaten. ( ผมเพิ่งจะทานข้าวเสร็จ )

Are you married? ก็ถูกเพราะเป็นการถามถึงสภาพของคุณคือ สภาพสมรส คำตอบก็คือ
Yes, I am. ( ใช่ แต่งแล้ว ) หรือ No, I'm not.

(Don't go to that nightclub. You'll be looking for trouble.( อย่าเข้าไปในเธคนั้น ต้องมีการหาเรื่องแน่ ๆ )

Somsri was looking for trouble when she told Somcheng she was too fat. ( สมศรีหาเรื่องเมื่อเธอบอกส้มเช้งว่า เธออ้วนเกินไป )

Somcheng says you are her boyfriend. ( ส้มเช้งบอกว่า คุณเป็นแฟนเธอ )

As if! I can't stand Somcheng! ( ไม่จริงหรอก ผมเกลียดเธอเหลือเกิน !)

หรือ

Should I wear a jacket tonight? ( คืนนี้ผมควรใส่เสื้อแจ็กเก็ตหรือเปล่า )

As if! It's 35 degrees outside! ( ใส่ทำไมล่ะ ข้างนอกมัน 35 องศา )

Why did you do that? (ทำไมทำอย่างนั้นล่ะ)

I am pouting bec forgot my birthday.( ฉันงอนเพราะว่าคุณลืมวันเกิดของฉัน )

I pout because you forgot my birthday
I pull a long face because you forgot my birthday

Why are you so late? หรือ What happened?

เรียนภาษาอังกฤษกับแอนดรูว์ ๔

Bucknut’s looking handsome today, don’t you think?(บักนัดดูหล่อวันนี้ คุณว่าไหม)

Banana should stop drinking, don’t you think?(กล้วยควรวงดดื่มสุรา คุณว่าไหม)

What’s wrong? (คุณเป็นอะไร)Nothing. I’m just feeling a bit down. (ไม่มีอะไรหรอก รู้สึกกลุ้มใจนิด ๆ )

บางคนจะถามในรูปแบบ Are you okay? ทั้ง ๆ ที่เห็นชัดเจนว่าคนนั้นไม่โอเคเลย เช่น

Are you okay? (คุณเป็นอะไร)Have you ever been to Pattaya? (คุณเคยไปพัทยาไหม)

I have never eaten fermented fish. (ผมไม่เคยกินปลาร้า)

I have eaten fermented fish. (ผมเคยกินปลาร้า)

I'm used to getting up at 5 o'clock every morning. ( การที่จะตื่นทุกเช้าเวลาตี 5 นั้นผมก็ชินแล้ว )

I'm used to his complaints. ( ผมชินกับการบ่นของเขาแล้ว )

I'm used to traveling a long distance to work. ( ผมชินกับการเดินทางไกลไปที่ทำงานแล้ว )

ถ้ายังไม่ชินกับอะไรก็ใช้ not used to เช่น

I'm still not used to the food here in America . Send some instant noodles quickly!

( ผมยังไม่ชินกับอาหารที่อเมริกา ส่งบะหมี่กึ่งสำเหร็จรูปมาให้ด่วน !)

I've been at my new job for a week and still I'm not used to the system.

( ผมมาอยู่ที่ทำงานใหม่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้วแต่ยังไม่ชินกับระบบ )

He's not used to this hot weather. ( เขายังไม่ชินกับอากาศร้อนอย่างนี้ )

โปรดทราบ … to be used to = ชิน แต่ถ้าเป็น used to เฉย ๆ ก็แปลว่า เคย เช่น

I am used to hot weather. ( ฉันชินกับอากาศร้อน )

I used to live in a hot climate. ( ฉันเคยอยู่ในอากาศที่ร้อน … แต่ตอนนี้ไม่อยู่ที่โน่นแล้ว )

1. Just thinking about it makes me tired. (แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว)

2. Just thinking about it makes me bored. (แค่คิดก็เซ็งแล้ว)

3. Just seeing it makes me not want to do it. (แค่เห็นก็ไม่อยากทำแล้ว)

What are you doing this weekend? ( เสาร์อาทิตย์นี้เธอจะทำอะไร )

I'm very impressed with you. ( ผมประทับใจในตัวคุณ )

Are you impressed with my work? ( คุณประทับใจกับงานของผมไหม )

I'm not impressed with the way you do things.( ผมไม่ประทับใจกับวิธีการทำของคุณ )

I can't come to work for the time being. I'm sick.( ในช่วงเวลานี้ผมมาทำงานไม่ได้ ผมป่วย )

Can I ask Somchai to help me for the time being?( ผมขอความช่วยเหลือจากสมชายสำหรับช่วงเวลานี้ได้ไหม )

Somcheng says she's happy to be single for the time being.( ส้มเช้งบอกว่าเธอพอใจที่ใช้ชีวิตเป็นโสดสำหรับช่วงเวลานี้ )

ตัวอย่างสุดท้ายนี้ชัดเจนที่สุดในความหมายว่า for the time being เป็นสภาพชั่วคราว คือในที่สุดส้มเช้งคงเริ่มรู้สึกว่าอยากหาแฟนใหม่

ผมว่า in the meantime มีความหมายคล้าย ๆ กันเพียงแต่ว่ามันหมายถึง ในช่วงเวลาระหว่างสองสิ่งหรือสองอย่าง เช่น

We cannot get any more stock until December. In the meantime, we'll have to use our old stock.
( เราไม่สามารถรับสินค้าใหม่จนถึงเดือนธันวาคม ดังนั้นในช่วงเวลานี้ … คือ ณ บัดนี้จนถึงเดือนธันวา … เราคงต้องใช้สินค้าเก่า )

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เรียนภาษาอังกฤษกับแอนดรูว์ ๓

I have something to do.” ( ผมขอตัวได้ไหม มีอะไรที่ผมจะต้องทำ )

Just a minute. I have to go to the bathroom. I won't be long.
( เดี๋ยวนะ … จะเข้าห้องน้ำ … ใช้เวลาไม่นาน )

You go ahead. I have to go to the bathroom. I might be a while.
( คุณไปก่อน ผมต้องเข้าห้องน้ำ อาจใช้เวลาหน่อย )

I'm terribly sorry for your loss.
( ผมเสียใจอย่างยิ่งกับการสูญเสียของคุณ … ฟังแล้วแปลกเหมือนกันแต่ความหมายคือขอแสดงความเสียใจเหมือนกัน )

What about going to the beach? กับ How about going to the beach? ทั้ง 2 หมายถึง ไปเที่ยวทะเลกันดีไหม หรือ

You are in my thoughts. ซึ่งมีความหมายว่า ผมกำลังนึกถึงคุณ

Let's go shopping. ( เราไปซื้อของกันดีกว่า )

I'll be the wind beneath your winds.( ผมจะเป็นกำลังใจให้คุณ หรือแรงกระตุ้นให้คุณ )

“It's my treat.” ซึ่งแปลว่า ผมจะจ่าย จะเลี้ยงคุณ

He moved out a long time ago.(เขาได้ย้ายออกไปตั้งนานแล้ว)

He used to rent this place but now he has moved out/away.
(เขาเคยเช่าบ้านนี้แต่ว่าตอนนี้เขาได้ย้ายออกไปแล้ว)

“Do you know how I can contact him?” หรือ “Do you have a contact number?”
หรือ “Do you know his new address?” หรือ “Do you know where he’s moved to?”

Sorry, I don’t know (ขอโทษทีแต่ผมไม่ทราบครับ)

He is not here.ให้ความหมายว่า ตอนนี้เขาไม่อยู่

Banana? I know of him, but he's not a friend.(กล้วยรึครับ ผมรู้จักเขาแต่เขาไม่ใช่เพื่อนผม)

I've met Bucknut once or twice, but I don't know him closely.(หนูเคยพบกับบักนัดสองครั้งแต่รู้จักเขาไม่สนิท)

Kanok is a cool-headed guy. กนกเป็นคนใจเย็น

I think of you. (ผมนึกถึงเธอ)

I miss you. I wish you’d come back. (ผมคิดถึงเธอ หวังว่าเธอจะกลับมา)

เรียนภาษาอังกฤษกับแอนดรูว์ ๒

How many apples are there in the basket? ( มีแอปเปิ้ลกี่ลูกในตะกร้า … apples เป็นคำนามนับได้เพราะมี s ตอนท้ายที่แสดงถึงพหุพจน์ )

How many pets do you have? ( คุณมีสัตว์เลี้ยงกี่ตัว … pets เป็นคำนามนับได้เพราะมี s ตอนท้าย )

How much money do you have? ( คุณมีเงินเท่าไร … ไม่สามารถเติม s ตอนท้ายคำว่า money ครับ )

How much time is left? ( มีเวลาเหลือเท่าไร … time ในความหมายว่า เวลานี้ไม่สามารถลง s ตอนท้ายได้ )

I was full of joy when I won the lottery. ( ผมเต็มไปด้วยความปลื้มปีติเมื่อถูกหวย )

Going to a karaoke bar gives Kanok a great deal of joy.( การที่ไปเที่ยวร้านคาราโอเกะทำให้กนกรู้สึกมีความสุขมาก )

I'm sorry I can't join your birthday party.( ขอโทษแต่ผมมาร่วมฉลองวันเกิดคุณไม่ได้ )

We're having dinner at Krissana Pochana. Would you like to join us?
( คืนนี้เราจะทานข้าวกันที่ร้านกฤษณะโภชนา คุณอยากมาร่วมทานข้าวกันไหม )

Will you let me go home early today? วันนี้คุณอนุญาตให้ผมกลับบ้านเร็ว

He won't let me go! ( เขาไม่ยอมปล่อยฉันไป !)

Sorry I can't play with you. Mum won't let me.( ขอโทษแต่ผมไปเล่นกับคุณไม่ได้ แม่ไม่ยอม )

What time will I pick you up? ( ผมจะไปรับคุณกี่โมง )

I asked my mother to pick me up outside the train station at 6.( ผมขอให้คุณแม่มารับผมหน้าสถานีรถไฟเวลา 6 โมงเย็น )

ในสถานการณ์เช่นนี้เราคงไม่ใช้ receive กับบุคคลครับ ที่คุณอาจสับสนคือ ใช้ pick up กับสิ่งของด้วยเช่นกันครับ อาทิ

Could you pick up a parcel at the post office please?( ช่วยไปรับพัสดุที่ไปรษณีย์ )

ที่จริงแล้ว receive หมายถึง ได้รับอะไรบางอย่าง ไม่ใช่ว่าไปที่ใดที่หนึ่งเพื่อรับบุคคลหรือสิ่งของ เช่น

I received a book as a present for my birthday.( ผมได้รับหนังสือเป็นของขวัญวันเกิดผม )

pick up มีความหมายว่า ซื่อ ด้วยครับ

I picked up a book at the mall today. ( ผมซื้อหนังสือที่ห้างวันนี้ )

และสุดท้ายนี้ควรทราบว่าในเชิงแสลง pick up มีความหมายว่า จีบให้สำเร็จ ด้วย

I picked up a beautiful girl at the office party last night.( ผมได้จีบสาวสวยที่งานเลี้ยงของออฟฟิศเราเมื่อคืน )

You should give up smoking. ( คุณควรจะเลิกสูบบุหรี่ )

Pencil looks drunk; he should go home.( ดินสอดูท่าทางจะเมาแล้ว เขาควรกลับบ้าน )

คำว่า ไม่ควร คือ should not หรือ shouldn't เช่น

I shouldn't be here. ( ผมไม่ควรอยู่ที่นี่ )

You shouldn't be saying that. ( เธอไม่ควรพูดอย่างนั้น )

What are you doing? ( คุณกำลังทำอะไรอยู่ )

Where are you going? ( คุณไปไหน )

Why did you do that? ( คุณไปทำอย่างนั้นทำไม )

I used to go to Pattaya. ( ผมเคยไปพัทยาแต่ตอนนี้ไม่ไปแล้ว … อาจเป็นเพราะทะเลสกปรกหรือฝรั่งมากเหลือเกินก็ไม่ทราบ )

He used to smoke. ( เขาเคยสูบบุหรี่แต่ตอนนี้เขาไม่สูบแล้ว )

She used to like him. ( เธอเคยชอบเขาแต่ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว )

ดังนั้นประโยคที่ว่า ผมเคยไปพัทยา แปลได้สองอย่างคือ

I have been to Pattaya. ถ้าความหมายคือ เคยไปพัทยาในอดีต หรือ

I used to go to Pattaya. ถ้าเคยไปบ่อยในอดีตแต่ตอนนี้ไม่ไปแล้ว

It's like Banana is always happy when a pretty girl asks him a question.
( ดูเหมือนว่า กล้วยยิ้มแย้มแจ่มใสทุก ๆ ครั้งที่สาวสวยมีคำถามมาถามเขา )

Trying to locate him after work is the same as trying to find a needle in a haystack.
( การที่จะหาเขาหลังเวลาทำงานเหมือนหาเข็มในกองฟาง … ฝรั่งเปรียบเทียบโดยใช้กองฟาง … คนไทยใช้มหาสมุทรใช่ไหมครับ )

I had a bad day today. ( วันนี้ไม่ค่อยดีสำหรับผม )

Really? Tell me about it. ( จริงหรือ … ไหนเล่าให้ฟังสิ )

The weather's been hot today. ( วันนี้อากาศร้อน )

Tell me about it! I've been walking around outside all day today!( รู้แล้วเพราะฉันเดินตระเวนข้างนอกทั้งวันเลย )

Boy has a terrible singing voice. ( เสียงร้องเพลงของบอยแย่มาก )

Tell me about it! I had to sit next to him at a karaoke bar last night!
( ไม่ต้องบอกฉัน เมื่อคืนดิฉันถูกบังคับนั่งข้าง ๆ เขาที่ร้านคาราโอเกะทั้งคืน )

Let's go to the temple to make merit. ( เราไปวัดเพื่อทำบุญกันเถอะ )

I'm still paying off my car. ( ดิฉันยังผ่อนชำระรถอยู่ )

It will take me another 10 years to pay off my house.( ต้องใช้เวลาอีก 10 ปีกว่าจะผ่อนบ้านผมให้หมด )

I didn't have enough money to buy a car, so I made a downpayment and now I'm paying it off in monthly installments.
( ผมมีเงินไม่พอที่จะซื้อรถ ผมเลยจ่ายเงินดาวน์แล้วตอนนี้ผมผ่อนรถทุก ๆ เดือน )

Somcheng likes to stick her nose into other people's business.( ส้มเช้งชอบเสือกเรื่องคนอื่น )

Somsri doesn't want anyone bothering her, but Bakkoi keeps butting in.
( สมศรีไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับเธอ แต่บักกข่อยมักจะมาเสือกเรื่องของเธอเสมอ )

his food is good! Can I have some more?( อาหารนี่อร่อยดี ขออีกได้ไหมครับ )

This food is great! Another plate, please.( อาหารนี้เยี่ยมมาก ขออีกจานหนึ่งครับ )

This food is beautiful! Can I take some home with me?( อาหารนี้รสชาติดี ผมขอเอาส่วนหนึ่งกลับบ้านได้ไหมครับ )

ภาษาพูดใช้ yummy ซึ่งเป็นศัพท์น่ารัก ๆ ในความหมายว่า อร่อยมาก เช่น

This food is yummy! Can I have the recipe?( อาหารนี้อร่อยมาก ผมขอตำรับได้ไหมครับ )

The program didn't work the first time, so I reloaded it.( โปรแกรมใช้ไม่ได้ครั้งแรก ผมก็เลยใส่ใหม่อีกครั้งหนึ่ง )

Somcheng double-crossed me. She said she'd marry me but then found someone else. ( ส้มเช้งทรยศผม เธอบอกว่าจะแต่งงานกับผมแต่เธอก็หาคนอื่น )

Don't double-cross me … or you'll end up at the bottom of the Chaophraya River . ( อย่าหักหลังผม หรือเพราะเธออาจจะจบชีวิตที่ใต้พื้นแม่น้ำเจ้าพระยา )

I miss you so much.( คิดถึงเธอเหลือเกิน )

I'm thinking of you.( ผมกำลังคิดถึงคุณ )

I hope you're missing me, too.( หวังว่าเธอกำลังคิดถึงผมเหมือนกัน )

Somcheng and Bakkhoi have broken up! Somcheng found out that Bakkhoi had another girlfriend.
( ส้มเช้งกับบักข่อยเลิกกันแล้ว ส้มเช้งได้รู้ว่าบักข่อยมีแฟนอีกคนหนึ่งในเวลาเดียวกัน )

Have you heard? Somcheng and Bakkhoi have made up.( คุณได้ข่าวหรือยัง ส้มเช้งกับบักข่อยกลับมาคืนดีกันแล้ว )

เรียนภาษาอังกฤษกับแอนดรูว์ ๑

She has very good manners.(เธอเป็นคนที่มารยาทดีมาก)

My mother taught me to be well-mannered in front of adults.
(คุณแม่สอนผมให้เป็นคนมารยาทดีต่อผู้ใหญ่)

Stop arguing! You’re such a bad-mannered boy!
(หยุดเถียงเสียที น้องเป็นเด็กมารยาทไม่ดีเลย)

I don’t know how to behave when I’m around Somcheng.
(ไม่รู้จะวางตัวอย่างไรเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับส้มเช้ง)

Bakkhoi behaves differently when his boss is here.
(บักข่อยวางตัวไม่เหมือนปกติเมื่อเจ้านายมาที่นี่)

Bakkhoi went to the pub last night. He's going again tonight as well.
( เมื่อคืนบักข่อยไปเที่ยวผับ คืนนี้เขาจะไปอีกด้วย )

Can I go with you as well? ( ผมไปกับคุณด้วยได้ไหม )

Our teacher's sick today. ( วันนี้ครูของเราป่วย )

Just as well. I forgot to do my homework. ( ดีเหมือนกัน หนูลืมทำการบ้าน )

We didn't believe Somsri when she said she was single, but she was right after all.
( พวกเราไม่เชื่อสมศรีเมื่อเธอบอกว่าเป็นโสด แต่ในที่สุดเรารู้ว่าเธอพูดจริง )

I'm not going to the party after all. ( ผมจะไม่ไปงานฉลอง … ถึงแม้ว่าเคยบอกว่าจะไป )

2. ใช้เมื่ออยากให้เหตุผลเพื่ออธิบายสิ่งที่คุณเพิ่งพูดไป เช่น

Don't invite Somcheng to Banana's birthday party. After all, she doesn't get on with him.
( อย่าชวนส้มเช้งไปงานวันเกิดของไอ้กล้วย เพราะเธอไม่ถูกกับเขา )

I'm going to spend more time with my family. After all, they're more important than money.
( ฉันจะใช้เวลากับครอบครัวผมให้มากขึ้น อย่างที่เขาพูดกันว่า ครอบครัวสำคัญกว่าเงิน )

But I love you. ( แต่ผมรักเธอ)

But I do love you. ( แต่ผมรักเธอจริง ๆ )

I do want to go. ( ผมอยากไปจริง ๆ )

She does seem a little strange today.
( ที่จริงแล้ววันนี้เธอได้ทำตัวแปลก ๆ … ซึ่งในตัวอย่างนี้กลายเป็นการแสดงความคิดเห็นตรงกับอีกฝ่ายหนึ่ง )

You do look tired. ( คุณดูเหนื่อยมาก )

สนทนาภาษาอังกฤษ

Personal Information ถาม-ตอบ ข้อมูลส่วนตัว

Q 1: What's your name? คุณชื่ออะไร
A1: Peter. ปีเตอร์

Q 2: Where are you from? / Where do you come from? คุณมาจากไหน
A 2: I'm from ... I come from ... ฉันมาจาก.......

Q 3: What's your surname / family name? คุณนามสกุลอะไร
A 3: Smith. สมิธ

Q 4: What's your first name? คุณชื่ออะไร
A 4: Tom. ทอม

Q 5: What's your address? ที่อยู่ของคุณคือที่ไหน
A 5: 7865 NW Sweet Street 7865 นอร์ธเวสต์ ถนนสวีท

Q 6: Where do you live? คุณอาศัยอยู่ที่ไหน
A 6: I live in San Diego. ฉันอาศัยอยู่ที่ ซาน ดิเอโก

Q 7: What's your (tele)phone number? คุณหมายเลขโทรศัพท์อะไร
A 7: 209-786-9845

Q 8: How old are you? คุณอายุเท่าไร
A 8: Twenty-five. I'm twenty-five years old. ยี่สิบห้า. ฉันอายุ 25 ปี

Q 9: When / Where were you born? คุณเกิดเมื่อไร ที่ไหน
A 9: I was born in 1961 / Seattle. ฉันเกิดในปี ค.ศ. 1961 ที่ซีแอตเติ้ล

Q 10: Are you married? / What's your marital status? คุณแต่งงานหรือยัง / สถานภาพการสมรสของคุณเป็นอย่างไร
A 10: I'm single. ฉันยังโสด

Q 11: What do you do? / What's your job? คุณทำอาชีพอะไร
A 11: I'm a librarian. ฉันเป็นบรรณารักษ์

Q 12: Where did you go? คุณไปไหนมา
A 12: I went to a friend's house. ฉันไปบ้านเพื่อนมา

Q 13: What did you do? คุณได้ทำอะไร
A 13: We played video games. เราเล่นวีดิโอเกมส์

Q 14: Where were you? คุณอยู่ที่ไหน (ถามที่เคยอยู่ในอดีต)
A 14: I was in New York for the weekend. ฉันอยู่ในนิวยอร์กตอนสุดสัปดาห์

Q 15: Have you got a car / job / house / etc.? คุณมีรถ / งาน / บ้าน ฯลฯ หรือเปล่า
A 15 : Yes, I've got a good job. ใช่ เรามีงานที่ดีทำ

Q 16: Have you got any children / friends / books / etc.? คุณมีบุตร / เพื่อน / หนังสือ ฯลฯ บ้างไหม
A 16: Yes, I've got three children - two boys and a daughter. ใช่ เรามีบุตร 3 คน เป็น ชาย 2 คน หญิง 1 คน

Q 17: Can you play tennis / golf / football / etc.? คุณเล่นเทนนิส / กอล์ฟ / ฟุตบอล / ฯลฯ เป็นไหม
A 17: Yes, I can play golf. ใช่ ฉันเล่นกอล์ฟได้

Q 18: Can you speak English / French / Japanese / etc.? คุณพูดภาษาอังกฤษ/ ฝรั่งเศส / ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ไหม
A 18: No, I can't speak Japanese. ไม่ได้ ฉันพูดญี่ปุ่นไม่ได้

Q 19: Could you speak English / French / Japanese / etc.? when you were five / two / fifteen / etc. years old?
คุณพูดภาษาอังกฤษ/ ฝรั่งเศส / ญี่ปุ่น ฯลฯ ได้ไหม ตอนคุณอายุ 5 / 2 / 15 / ฯลฯ ปี
A 19: Yes, I could speak English when I was five years old. ใช่ ฉันพูดภาษาอังกฤษได้เมื่ออายุ 5 ขวบ

Saying Hello พูดทักทาย
Q 20: How do you do? คุณสบายดีไหม
A 20: How do you do. Pleased to meet you. ยินดีที่เพบคุณ

Q 21: How are you? คุณสบายดีไหม
A 21: Fine, thanks. And you? สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ

Shopping เมื่อช็อปปิ้ง
Q 22: How can I help you? / May I help you? คนขาย: จะให้ช่วยอะไรบ้าง
A 22: Yes. I'm looking for a sweater. คนซื้อ: ครับ กำลังมองหาเสื้อสเวตเตอร์สักตัว

Q 23: Can I try it on? คนซื้อ: ขอลองได้ไหม
A 23: Sure, the changing rooms are over there. คนขาย: ได้ซีครับ ห้องลองเสื้ออยู่ตรงโน้นครับ

Q 24: How much does it cost? / How much is it? คนซื้อ: ราคาเท่าไร
A 24: It's $45. คนขาย: 45 เหรียญ

Q 25: How would you like to pay? คนขาย: คุณจะจ่ายยังไงครับ
A 25: By credit card. คนซื้อ: ใช้บัตรเครดิต

Q 26: Can I pay by credit card / check / debit card? คนซื้อ: ฉันจะจ่ายโดยใช้ บัตรเครดิต / เช็ค / บัตรเดบิต ได้ไหม
A 26: Certainly. We accept all major cards. คนขาย: ได้ซีครับ เรารับบัตรเครดิตยี่ห้อใหญ่ ๆ ทุกยี่ห้อ

Q 27: Have you got something bigger / smaller / lighter / etc.? คนซื้อ: คุณมีตัว ที่ใหญ่กว่า / เล็กกว่า / เบากว่า / ฯลฯ หรือไม่
A 27: Certainly, we've got a smaller sizes as well. คนขาย: มีครับ ขนาดเล็กกว่าเราก็มี

Asking Something Specific ถามคำถามเจาะจง
Q 28: What's that? นั่นอะไรน่ะ
A 28: It's a cat! แมว

Q 29: What time is it? เวลาเท่าไร
A 29: It's three o'clock. 3 นาฬิกา

Q 30: Can / May I open the window? ฉันขอเปิดหน้าต่างได้ไหม
A 30: Certainly. It's hot in here! ได้ซีครับ ข้างในนี่ร้อน

Q 31: Is there a bank / supermarket / pharmacy / etc. near here? มีธนาคาร / ซูเปอร์มาเก็ต / ร้านขายยา / ฯลฯ ที่อยู่ใกล้ ๆ บ้างไหม
A 31: Yes. There is a bank on the next corner next to the post office. มีครับ มีธนาคารแห่งหนึ่ง ที่มุมถนนถัดไปติดกับที่ทำการไปรษณีย์

Q 32: Where is the nearest bank / supermarket / pharmacy / etc.? ธนาคาร / ซูเปอร์มาเก็ต / ร้านขายยา / ฯลฯ ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหนครับ
A 32: The nearest pharmacy is on 15th street. ร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ถนนหมายเลข 15

Q 33: Who wrote / invented / painted / etc. the ...? ใครคือผู้ เขียน / ประดิษฐ์ / วาด ภาพ / ฯลฯ .....
A 33: Hemingway wrote "The Sun Also Rises". เฮมิงเวย์เขียนหนังสือ "The Sun Also Rises"

Q 34: Is there any water / sugar / rice / etc.? มีน้ำ / น้ำตาล / ข้าว ฯลฯ บ้างไหม
A 34: Yes, there's a lot of sugar left. มีครับ มีน้ำตาลเหลืออยู่เยอะทีเดียว

Q 35: Are there any apples / sandwiches / books / etc.? มีแอปเปิ้ล / แซนด๋วิช / หนังสือ / ฯลฯ บ้างไหม
A 35: No, there aren't any apples left. ไม่มีครับ ไม่มีแอปเปิ้ลเหลืออยู่เลย

Q 36: Is this your / his / her / etc. book / ball / house / etc.? นี่คือ หนังสือ / ลูกบอล / บ้าน / ฯลฯ ของคุณ / ของเขา / ฯลฯ ใช่ไหมครับ
A 36: No, I think it's his ball. ไม่ใช่ครับ ฉันคิดว่าเป็นลูกบอลของเขา


Q 37: Whose is this / that? สิ่งนี้ / สิ่งนั้น เป็นของใคร
A 37: It's Jack's. เป็นของแจ๊ก

Questions with 'Like' คำถามที่มีคำว่า ‘like’ (like แปลว่า ‘ชอบ’ หรือ ‘คล้าย’ หรือ ‘มีลักษณะ’)
Q 38: What do you like? คุณชอบอะไร
A 38: I like playing tennis, reading and listening to music. ฉันชอบเล่นเทนนิส, อ่านหนังสือ และฟังเพลง

Q 39: What does he look like? เขามีลักษณะเป็นยังไง
A 39: He's tall and slim. เขาสูงและผอม

Q 40: What would you like? คุณชอบอะไร
A 40: I'd like a steak and chips. ฉันชอบสเต็กและชิป

Q 41: What is it like? มันมีลักษณะเป็นอย่างไร
A 41: It's an interesting country. มันเป็นประเทศที่น่าสนใจประเทศหนึ่ง
Q 42: What's the weather like? อากาศเป็นอย่างไรบ้าง
A 42: It's raining at the moment. ตอนนี้ฝนตก

Q 43: Would you like some coffee / tea / food? คุณจะรับกาแฟ / ชา / อาหาร บ้างไหม
A 43: Yes, thank you. I'd like some coffee. ครับ ขอบคุณครับ ขอรับกาแฟแล้วกันครับ

Q 44: Would you like something to drink / eat? จะรับอะไรดื่ม / ทาน ไหมครับ
A 44: Thank you. Could I have a cup of tea? ขอบคุณครับ ขอชาสักถ้วยได้ไหมครับ

Asking for an Opinion พูดขอความคิดเห็น
Q 45: What's it about? มันเกี่ยวกับอะไร
A 45: It's about a young boy who encounters adventures. เกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเผชิญเรื่องผจญภัย

Q 46: What do you think about your job / that book / Tim / etc.? คุณคิดยังไงเกี่ยวกับ งานของคุณ / หนังสือเล่มนั้น / ทิม / ฯลฯ
A 46: I thought the book was very interesting. ฉันคิดว่าหนังสือเล่มนั้นน่าสนใจมาก

Q 47: How big / far / difficult / easy is it? มันใหญ่ / ไกล / ยาก / ง่าย ขนาดไหน (ใช้ it = เอกพจน์)
A 47: The test was very difficult! ข้อสอบยากมาก

Q 48: How big / far / difficult / easy are they? มันใหญ่ / ไกล / ยาก / ง่าย ขนาดไหน (ใช้ they = พหูพจน์)
A 48: The questions were very easy. คำถามง่ายมาก

Q 49: How was it? มันเป็นอย่างไรบ้าง
A 49: It was very interesting. มันน่าสนใจมาก

Q 50: What are you going to do tomorrow / this evening / next week / etc.? คุณกำลังจะทำอะไรพรุ่งนี้ / เย็นนี้ / สัปดาห์หน้า / ฯลฯ
A 50: I'm going to visit some friends next weekend. ฉันจะไปเยี่ยมเพื่อนสุดสัปดาห์หน้า


Suggestions คำแนะนำ
Q 51: What shall we do this evening? เราจะทำอะไรกันดีเย็นนี้
A 51: Let's go see a film. ไปดูหนังกันเถอะ

Q 52: Why don't we go out / play tennis / visit friends / etc. this evening? ทำไมเราไม่ออกไปข้างนอก / เล่นเทนนิส / ไปเยี่ยมเพื่อน / ฯลฯ กันเย็นนี้
A 52: Yes, that sounds like a good idea. ใช่ ฟังดูเข้าท่าทีเดียว

คำทักทาย

คำทักทาย ก่อนจากกัน ( Leave Taking )

- See you later ( again ก็ได้ )
( ซี ยู เลเท่อร์ ( อะเกน ก็ได้)
แล้วเจอกันอีกนะคะ

- See you tomorrow. หรือ See you next time.
( ซี ยู ทูมอโร่ หรือ ซี ยู เน็คสท์ ไทม์ )
พบกันพรุ่งนี้ หรือ พบกันโอกาสหน้า นะคะ

- Goodbye หรือ bye.
( กึดบาย หรือ บาย )
ลาก่อน ใช้ตอนกลางวัน

- So long
( โซ ลองก์ )
ลาก่อน ใช้กับคนสนิทกัน

- Good night.
( กึด ไน่ท์ )
ลาก่อนใช้ตอนกลางคืน

- See you.
(ซี ยู )
แล้วเจอกันนะ

- Take care.
( เท็ค แคร์ )
รักษาสุขภาพนะ